Thailand Networking Group (THNG) Camp 2011
วันที่จัดงาน:
6 – 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2554
สถานที่จัดงาน:
มหาวิทยาลัยชินวัตร จ.ปทุมธานี

THNG 2nd Camp : IT for Disaster Response เป็นค่ายที่นำเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตและนวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์ภัยพิบัติธรรมชาติ ทั้งการรายงานสถานการณ์ การค้นหา รวมทั้งการสร้างเครือข่ายอินเทอร์เน็ตให้เกิดขึ้น เพื่อให้มีการส่งข้อมูลข่าวสาร และขอความช่วยเหลือได้

กิจกรรมวันแรกเป็นการบรรยายเริ่มด้วยการสร้างแรงบันดาลใจและความเข้าใจเกี่ยวกับการเป็นอาสาสมัคร โดยวิทยากรจากมูลนิธิกระจกเงา, การเสวนาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านไอทีกับการจัดการภัยพิบัติจาก ThaiCom, Thaiflood และ TWT4TH, รู้จัก DUMBO จากทีม DUMBO, เรียนรู้วิธีใช้วิทยุสมัครเล่น จากชมรมวิทยุสมัครเล่นมหาวิทยาลัยขอนแก่น, OpenCE เครือข่ายเพื่อการเตือนภัย จากมูลนิธิโอเพ่นแคร์ และการสาธิตการปฐมพยาบาล โดยทีมแพทย์จากโรงพยาบาลโพธาราม ซึ่งกิจกรรมวันแรกทำให้ผู้เข้าร่วมเข้าใจและเห็นภาพรวมของเครือข่ายต่างๆ ที่ใช้ไอทีเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการภัยพิบัติได้เป็นอย่างดี

กิจกรรมวันที่สองเริ่มการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับแผ่นดินไหวและสึนามิ โดยผู้เชี่ยวชาญพิเศษจากศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ, เทคโนโลยีการสื่อสารผ่านดาวเทียมกับการสนับสนุนเครือข่ายสำหรับภัยพิบัติ โดยวิทยากรจาก INET และเวิร์คชอปการสาธิตและติดตั้ง DUMBO ซึ่งผู้เข้าร่วมได้ทดลองติดตั้งและใช้อุปกรณ์จริงเพื่อให้พร้อมรับภารกิจจำลองในวันสุดท้าย

กิจกรรมวันที่สามซึ่งเป็นวันสุดท้ายผู้เข้าร่วมค่ายได้ฟังการบรรยายและสาธิตหุ่นยนต์กู้ภัยจากทีม FIBO และ Post-disaster Recovery Internet โดย Dr.Kotaro Kataoka จากนั้นเป็นกิจกรรมภารกิจผจญภัย “หน่วยพิราบพลเมือง เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย” ซึ่งผู้เข้าร่วมค่ายจะแบ่งเป็นทีมเพื่อทำภารกิจจำลองสถานการณ์ภัยพิบัติ ให้สำเร็จ โดยใช้สิ่งที่ได้เรียนรู้มาประยุกต์ใช้ให้ตรงกับสถานการณ์ที่ได้รับ เมื่อจบกิจกรรมแต่ละทีมสามารถทำภารกิจได้สำเร็จ เป็นการนำสิ่งที่ได้รับจากการอบรมมาบูรณาการในการวางแผน แก้ไขปัญหา และใช้เทคโนโลยีจากภารกิจที่ได้รับมอบหมายได้ตามเป้าหมายที่วางไว้

ความรู้สึกของผู้เข้าร่วมค่าย

พญ. ดวงจิตร สมิทธิ์นราเศรษฐ์ 
โรงพยาบาลโพธาราม จ.ราชบุรี

Q: คุณหมอรู้สึกอย่างไรกับค่าย THNG Camp จากการที่ได้มาร่วมค่าย
A: เป็นค่ายที่มีประโยชน์มากเนื่องจากว่าได้คิดการณ์ไกลว่าประสบการณ์จากการ เกิดภัยพิบัติมากขึ้นทุกวัน และการสื่อสารเป็นสิ่งจำเป็นมากกับการใช้ในการช่วยเหลือเมื่อเกิดภัยพิบัติ อีกทั้งเรื่องเป้าหมายที่เหมาะสมที่หาคนรุ่นใหม่ที่เป็นแนวกำลังสำคัญในการ ช่วยเหลือ และควรจะมีค่ายครั้งต่อๆไป
Q: ถ้ามีภัยพิบัติเกิดขึ้น จะมีส่วนช่วยเหลืออย่างไร
A: จะเรียนรู้ว่าการสื่อสารที่สามารถใช้ได้เหมาะสมกับภัยพิบัติมีกี่แบบ และควรจะเลือกใช้หรือใช้อะไร ถ้ามีการลงพื้นที่จริงจะมีภาคีเครือข่ายมาช่วยคิดว่างานจะดีกว่าที่ผ่านมา ประเทศไทยจะได้ไม่ทำงานสะเปะสะปะ อยากจะเสนอแนะว่าถ้าเป็นไปได้อาจจะเข้าร่วมในโครงการแผนพัฒนาปฏิรูปประเทศใน เรื่องการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติและการซ้อมมือระดับประเทศ เพราะประเทศไทยยังไม่มีการซ้อมมือระดับประเทศเลย

ภูมิ  จันทร์ดำ
ม.สงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต

Q: ทำไมถึงมาค่ายนี้
A: ผมรับทราบค่ายนี้จากอาจารย์ที่ปรึกษาที่มหาวิทยาลัย ท่านทราบข่าวน้ำท่วมที่นครศรีธรรมราชรวมทั้งทราบว่าผมเป็นนักวิทยุสมัครเล่น ท่านแนะนำให้มาค่ายนี้ดูว่าที่นี่มีวิธีการอย่างไร ให้ลองมาเล่าให้คนอื่นได้ฟัง เพราะบางครั้งที่ส่วนกลางเห็นในทีวีกับที่เราเจอเองในท้องถิ่นแตกต่างกัน อย่างไร ซึ่งเมื่อวานนี้ผมก็ได้แชร์ประสบการณ์ให้เพื่อนๆฟัง

Q: จากการที่ภูมิได้เผชิญหน้ากับภัยพิบัติมาแล้ว คิดว่าถ้ามีปัญหาเกิดขึ้นอีกจะพัฒนาปรับปรุงวิธีการช่วยเหลือแก้ไขอย่างไร
A: ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เป็นภัยพิบัติที่เกิดขึ้นโดยที่เราไม่ทัน ตั้งตัวหรือเรียกง่ายๆว่า น้ำท่วมในหน้าร้อนก็ได้ ในเหตุการณ์ที่ผ่านมาทำให้ตระหนักถึงการเตือนภัยหรือการบริหารจัดการความ เสี่ยงเกี่ยวกับการดูแลประชาชนช่วงการเกิดภัยพิบัติ อยากให้มีระบบการสั่งการการบริหารงานมากขึ้น การที่ผมมาค่ายนี้ทำให้ทราบว่าผู้ที่มีประสบการณ์จากในสถานที่ต่างๆ ไม่ว่าที่โคราช ดินถล่มที่ภาคเหนือ หรือแม้กระทั่งสึนามิ เค้าบริหารจัดการกันอย่างไร ได้รับทราบประสบการณ์ จะได้กลับไปบอกเล่ากับเพื่อนสมาชิกนักวิทยุสมัครเล่น เพื่อนสมาชิกสื่ออาสา และประชาชนผู้สนใจ ให้มีระบบในการทำงานมากขึ้น เพราะหลายครั้งมีคนหวังดีหรือคนประสงค์จะช่วยหลายคนมาร่วมกัน เมื่อขาดระบบการจัดการไม่สามารถทำให้งานเดินไปได้ดีเท่าที่ควร

Q: ถ้ามีค่ายปีหน้าจะเข้าร่วมหรือไม่ จะแนะนำให้ค่ายพัฒนาไปในทิศทางใด
A: ปีหน้าอยากมาร่วมค่ายนี้แน่นอน เพราะค่ายนี้ทำให้ผมได้เห็นเยาวชนคนรุ่นใหม่หลายๆคน ซึ่งบางครั้งคนเหล่านี้มีกระจายตัวอยู่ทั่วประเทศโดยที่เราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แต่ละคนมีประสบการณ์ที่หลากหลาย ที่ผมอยากมาคราวหน้าประเด็นที่หนึ่งก็คืออยากดูพัฒนาการว่าเยาวชนกลุ่มนี้มีมากขึ้นหรือพัฒนาไปในด้านใด  ประเด็นที่สองผมอยากกลับมาเล่าว่าปีที่แล้วเจออะไรมา มาค่ายนี้ผมได้อะไรกลับไป หนึ่งปีให้หลังนครศรีธรรมราชมีการเตรียมตัวมีการเตรียมความพร้อมอย่างไรบ้างถ้าเกิดขึ้นอีก ปีหน้าถ้ามีโอกาสเป็นไปได้อยากแชร์ประสบการณ์ร่วมกับมูลนิธิกระจกเงาถึงประสบการณ์ต่างๆครับ


อารีวร  พุฒิเสถียร
ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้า ฯ

Q: ปัจจุบันมีภัยพิบัติเกิดขึ้นมากมายและใกล้ตัวเรามากขึ้น ถ้าเกิดมีภัยพิบัติเกิดขึ้น จะเข้าไปช่วยเหลือหรือแก้ไขปัญหาเพื่อป้องกันปัญหาได้อย่างไร
A: จะดูก่อนว่าภัยพิบัติที่เกิดขึ้นใกล้ตัวเราแค่ไหน ถ้าเป็นคนอยู่ไกลจะดูว่าเค้าต้องการอะไร และเราก็พยายามาช่วยทุกทางเท่าที่ช่วยได้ ที่ผ่านมาช่วงน้ำท่วมเค้าต้องการสิ่งของอะไรเราก็ช่วยในส่วนนั้น หรืออาจจะใช้ Social Network ในการกระจายข่าวให้คนอื่นรู้ว่าเค้าต้องการอะไร เผื่อใครมีกำลังที่พอจะช่วยได้

Q: รู้สึกอย่างไรที่เห็นค่าย THNG Camp เกิดขึ้นเป็นครั้งที่ 2
A: รู้สึกดีใจและเป็นการกลับมาดูว่าปีที่แล้วเราได้ทำอย่างนั้นไป และครั้งนี้เห็นดัมโบ้มีการพัฒนามากขึ้น เราได้เห็นวิวัฒนาการเทคโนโลยีมากขึ้น

Q: ทำไมถึงกลับมาในฐานะพี่เลี้ยง
A: เพราะประทับใจค่ายครั้งที่ 1 และอยากเห็นการเปลี่ยนแปลง ปีที่แล้วเราเป็นคนเข้าค่ายมาปีนี้อยากจะส่งต่อสิ่งดีๆให้กลับรุ่นใหม่ ถ้าปีหน้าไม่ติดภารกิจอะไรก็จะกลับมาอีก

ปรัชญ์  มุณีกร
ม.ธรรมศาสตร์

Q: ปัจจุบันมีภัยพิบัติเกิดขึ้นมากมายและใกล้ตัวเรามากขึ้น ถ้าเกิดมีภัยพิบัติเกิดขึ้น จะเข้าไปช่วยเหลือหรือแก้ไขปัญหาเพื่อป้องกันปัญหาได้อย่างไร

A: ตัวเองจะคอยรายงานสถานการณ์หรือใช้เทคโนโลยีที่ตัวเองมีช่วยให้ได้มากที่สุด ผมเป็นคนเชียงรายในช่วงที่มีแผ่นดินไหวได้รายงานสถานการณ์ผ่านเฟซบุ้คและ skype รวมทั้งรับข่าวจากที่อื่น่ด้วย เพราะแผ่นดินไหวไม่ได้เกิดทีเดียวกัน มันเกิดแบบที่นึงเกิดก่อนแล้วที่อื่นเกิดตาม ได้ใช้เครื่องมือพวกนี้ช่วยเหลือให้แก่คนที่อยู่ไกลๆ

Q: รู้สึกอย่างไรที่เห็นค่าย THNG Camp เกิดขึ้นเป็นครั้งที่ 2
A: อยากให้มีค่ายนี้มากๆ เพราะมีประโยชน์มาก เรื่องภัยพิบัติไม่ใช่เรื่องไกลตัว ก่อนเข้าค่ายนึกว่าภัยพิบัติมันไม่มีหรอก แต่สองเดือนที่แล้วมีแผ่นดินไหวมาจากไหนไม่รู้ มันมีประโยชน์มากๆ จริงๆ

Q: ทำไมถึงกลับมาในฐานะพี่เลี้ยง
A: ครั้งที่แล้วได้มุมมองในฐานะผู้ร่วมค่าย ได้ประโยชน์อะไรมากมาย ครั้งนี้จึงอยากกลับมาในฐานะพี่เลี้ยงดูบ้าง และคิดถึงทุกคนด้วย